Pages

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

7 วิธี ขับประหยัดกับเกียร์ ออโต้


ช่วงนี้แม้ราคาน้ำมันอาจจะลงไปแล้วหลังนโยบายรัฐบาลตัดสินลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันส่งผลให้ราคาทรุดฮวบไปในทันใด แต่ถึงจะเริ่มวางใจได้แต่นโยบายนี้ก็เปิดมาแล้วว่าเป็นเพียงแค่ชั่วคราว และการประหยัดที่แท้จริงยังอยู่กับเราๆท่านๆเหมือนเดิม
หลายครั้งที่เราออกมาพูดเรื่องการประหยัดน้ำมันปาวๆ ทำโน่นนี่นั่น แต่ครั้งนี้เราจะต่างออกไปด้วยการพูดถึงเทคนิคการขับเสียส่วนใหญ่ ที่คราวนี้เราขอตามกระแสกับ 7 เทคนิคที่คุณต้องรู้เอาไว้ ถ้าคุณกำลังใช้รถเกียร์อัตโนมัติ
1.รู้จักรถยิ่งขับยิ่งประหยัด เราหลายคนรู้จักรถดีขับมันทุกวันแต่ไม่คุ้นเคยกับนิสัยของมันเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่น่าแปลก เพราะการขับขี่นั้นจำเป็นต้องรู้จักรถให้ดี สิ่งหนึ่งที่ต้องจดจำคือช่วงที่แรงบิดสูงสุดถูกเรียกออกมา ซึ่งจะมีประโยชน์มากยามเร่งแซง
2.Walking Speed หลายคนที่ขับรถนั้นไม่ค่อยคุ้นกับคำนี้เท่าไรนักแต่ walking Speed นั้นหมายถึงการที่รถยนต์สามารถเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยที่เราไม่ต้องแตะคันเร่ง ตามปกติสำหรับเกียร์ออโต้แล้ว Walking speed คือสิ่งที่เราทำกันอยู่ประจำยามที่เราไม่ได้เดินคันเร่ง ซึ่งมีประโยชน์ตอนที่กาจราจรติดขัดหรือตอนเข้าที่จอดรถ เพราะยิ่งเร่งน้อยก็ยิ่งประหยัด
3 เกียร์ ขึ้นทางชันรับรองว่าประหยัดกว่า ในการขึ้นทางชันนั้นเราหลายคนมักละเลยในการเปลี่ยนโหมดเกียร์มาใช้เกียร์ L ด้วยความสะดวกเข้าว่า ความจริงแล้วถามว่าผิดหรือคำตอบคือไม่ แต่มันไม่เหมาะสม เพราะเกียร์ D นั้นจะทำการเปลี่ยนเกียร์ แต่ในการขึ้นทางชันที่แรงต้านทานจากเนินสูง โดยเฉพาะการขึ้นที่จอดรถ การใช้เกียร์ L โดยใช้กำลังแรงบิดเครื่องส่งขึ้นนั้นจะทำให้รถไม่ต้องออกแรงสู้กับเนินมากผลคือประหยัดกว่า ชัวร์!
4.คิกดาวน์อย่าทำบ่อยถ้าไม่จำเป็น การคิกดาวน์ในเกียร์อัตโนมัตินั้นถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสร้างความสะดวกสบายในการเร่งแซง แต่มันก็ต้องแลกมาดัวยอัตรากินน้ำมัน ซึ่งแม้ระบบเกียร์ปัจจุบันจะมีการพัฒนาให้ตอบสนองได้ดีส่งกำลังได้มากยิ่งขึ้น แต่การคิกดาวน์ก็ยังเปรียบได้ดั่งการกระชากเกียร์อยู่ดี
หลายคนที่ขับเกียร์อัตโนมัติเข้าใจว่าการคิกดาวน์นั้นเป็นหนทางเดียวที่เร่งแซง แต่ความจริงแล้วนอกจากที่ปลายเท้าแล้วยังมีการใช้ระบบ Overdrive หรือ O/d ซึ่งทำให้เกียร์เปลี่ยนอย่างนิ่มนวลมากกว่าการคิกดาวน์หรือบางคันเป็นตำแหน่ง 3/D3 ตามแต่ยี่ห้อรถ
คันเร่งเดินให้เนียน หลายคนที่ไม่ได้ฝึกขับรถอย่างจริงจังนั้นมักจะไม่ทราบว่าการเดินคันเร่งนั้น เป็นเรื่องสำคัญยิ่งชีพในการพิชิตความประหยัดที่จะใช้น้ำมันทุกหยดให้คุ้มค่า การใช้คันเร่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากในรถเกียร์ออโต้ เพราะเมื่อเรากดคันเร่งลึกไประบบเกียร์ก็จะคิกดาวน์หรือน้อยไป รถก็วิ่งแบบคลานๆ เราต้องหาความพอดี โดยอาจจะใช้วิธีกดเร่งไปถึงระดับความเร็วที่ต้องการก่อนแล้วผ่อนรักษาความเร็ว ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่ให้การประหยัดน้ำมันที่ดีทีเดียว และที่สำคัญไปกว่านั้นพยายามรักษาความเร็วให้คงที่ตลอดทาง หากรถคุณมีระบบ Cruise Control อย่าลืมที่จะใช้มันในการขับขี่
6.เบรคให้น้อยชะลอบ่อยๆ เราหลายคนที่ขับรถยนต์เกียร์ออโต้ที่ชินกับการเร่งและเบรคนั้น อาจจะไม่ค่อยมีสไตล์การขับขี่ที่ใช้วิธีชะลอความเร็วเหมือนคนที่ขับรถเกียร์รรมดา ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากความคุ้นเคย แต่เชื่อหรือไม่การชะลอความเร็วโดยไม่เบรคนั้นเป็นหนึ่งในกระบวนการของวิธีประหยัดน้ำมันด้วย
เรื่องนี้ฟังดูไม่น่าเกี่ยวกันแต่มันคือข้อเท็จจริงที่ว่าเมื่อเราเบรคลดลมจากท่อไอดีจะถูกดูดมาที่หม้อลมเพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์ซึ่งจะมีอัตราลดลงมากกว่าการที่เราไม่เหยียบคันเร่งหรือชะลอความเร็ว นี่ยังไม่นับการสูญเสียน้ำมันกับการเร่งเมื่อความเร็วลดลงกว่าที่ขับปติ ซึ่งเท่ากับการซดน้ำมัน 2 เท่าตัว
7.หัดใช้เทคโนโลยีใหม่ ปัจจุบันรถยนต์เกียร์ออโต้หลายรุ่นเริ่มมีการติดตั้งระบบ start/stop function เข้ามาเพื่อหยุดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราว ระบบนี้ช่วยคุณประหยัดได้มาก-มาที่สุดในสภาวะการจราจรที่ติดขัด เพราะเมื่อเครื่องยนต์หยุดทำงานก็หยุดจ่ายน้ำมัน ผลคือประหยัดแน่นอน ดังนั้นจึงควรเรียนรู้ไว้ โดยปกติแล้วระบบดังกล่าวจะทำงานเมื่อเราเหยียบแป้นเบรคเป็นระยะเวลานานๆ ส่วนวิธีการรีสตาร์ทเครื่องนั้นก็เพียงกดคันเร่งก็สามารถขับขี่ต่อได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายระบบที่สำคัญต้องลองหัดดูครับ
ทั้ง ข้อนี้เป็นเพียงเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ช่วยให้คุณสามารถเซฟเงินในกระเป๋าได้เมื่อขับรถเกียร์ออโต้ ที่แม้ราคาน้ำมันในชั่วโมงนี้อาจจะยังไม่น่าห่วงแต่ฝึกเอาไว้ให้ชินจะมีประโยชน์มากเมื่อยามน้ำมันกลับมาแพง

วิธีเช็คโทรศัพท์ สมาร์ทโฟนเบื้องต้น ก่อนเสียเงินซื้อเครื่องห่วยกลับบ้าน !!


ใกล้งาน Thailand Mobile Expo 2011 Showcase เข้าไปทุกที เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน งานโทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็จะเริ่มขึ้นแล้วครับ (ดูโปรโมชั่นทั้งหมดได้ที่นี่) พวกเราหลายๆ คนคงคิดที่จะเปลี่ยนมือถือใหม่กันในงานนี้ เพราะหวังจะได้เครื่องใหม่ ราคาพิเศษพร้อมของแถมอีกเพียบ แต่คงไม่มีใครที่อยากเจอกับเครื่องใหม่ที่เราซื้อมานั้น พอกลับถึงบ้านแล้วพบว่ามีปัญหา จะเอากลับไปเปลี่ยนบางเจ้าเค้าก็ไม่รับเปลี่ยนคืน วันนี้เรามีวิธีเช็คเครื่องในงานเบื้องต้นก่อนที่จะจ่ายเงิน และกลับบ้าน ไม่งั้นเงินที่เก็บมาเป็นเดือนๆ ปีๆ จะต้องเสียไปกับเครื่องที่ QC ห่วยๆ
1. เช็ค Stuck Pixel และ Death Pixel
Stuck pixel คือ จุดที่เมื่อจอแสดงภาพสีดำสนิท จะสังเกตเห็นว่าจุดบางจุดบนจอสว่างอย่างถาวร โดยจุดที่สว่างอาจเป็นสีแดง น้ำเงิน หรือเขียว ก็ได้ และถึงแม้จอจะเปลี่ยนไปแสดงภาพสีอื่นๆ จุดสว่างดังกล่าวก็ยังสว่างค้างเป็นสีเดิมอยู่
Death pixel คือ จุดๆหนึ่ง ตายสนิทแน่นิ่งไม่ตอบสนองต่อแสงเลย จุดอื่นเค้าได้รับสีอะไรก็แปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าตามแต่ละสี แต่จุดนี้ได้รับสีอะไร ก็ไม่รับรู้ ไม่ส่งสัญญาณไฟฟ้าออกไป ทำให้จุดนั้นในไฟล์บอดสนิทหลายต่อหลายคนซื้อมือถือไปโดยลืมเช็ค Stuck pixel และ Death pixel ทำให้ต้องเสียความรู้สึก ดังนั้นเราจึงไม่ควรลืมที่จะเช็คให้ดีก่อนออกจากร้านครับ
สำหรับวิธีเช็ค
1).ขอให้ทางร้านเช็คให้ โดยการลงโปรแกรม
2).ถ้าทางร้านไม่มีโปรแกรมให้เช็ค ลองถ่ายรูปโดย เอามือปิดหรือเอาผ้าสีดำปิดที่กล้องอย่าให้มีแสงเข้าเพื่อให้หน้าจอได้แสดง สีดำสนิท และเช็คดูว่ามี Stuck pixel ตรงไหนหรือเปล่า (ช่วยได้บ้างการณีที่ทางร้านไม่มีโปรแกรมให้เช็ค)
3).หรือถ้าที่ร้านไม่มีโปรแกรมเช็คก็ลองเข้าเว็บไซต์ htcsociety ครับ ลองพลิกหน้าจอกลับไปกลับมาตรวจหา Death pixel, Stuck pixel กันดู

2.เช็คอาการแสงลอด (bleeding screen)
ลองเอามือบังดูหรือดูในที่มืดๆครับ ดูตามขอบจอครับว่ามีแสงลอดออกมาหรือเปล่า
3.เช็คเสียง
เช็คลำโพงครับว่ามีเสียงแตกหรือเปล่า

4.เช็ค IMEI และ S/N (Serial Number)
เช็ค IMEI และ S/N (Serial Number) ที่สติ๊กเกอร์ข้างกล่องและช่องใส่แบตจะต้องตรงกัน เครื่องว่าตรงกับกล่องหรือเปล่า

5.ตรวจดูอุปกรณ์ในกล่องว่าครบหรือไม่เช่น สายเคเบิ้ล USB, หูฟัง, แบตเตอร์รี่, สายชาร์ท, คู่มือ, ใบรับประกัน

6.ตรวจสอบตัวเครื่องโดยรอบดูความเสียหายของตัวเครื่องทั้ง รอยขีดข่วน รอยขนแมว รอยบิ่น หักและชำรุด ถ้ามีให้รีบแจ้งกับพนักงานขายให้เปลี่ยนเครื่องใหม่ทันที


7.ลองโทรออกทดสอบคุณภาพเสียงสนทนา, เช็ค Bluetooth หรือ การเชื่อมต่อ Wi-Fi ด้วยถ้ามี


เท่านี้คุณก็จะไม่ต้องปวดหัวกับมือถือเครื่องใหม่ ที่จ่ายเงินเต็ม แต่ได้ของไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป ขอให้โชคดี และมีความสุขกับสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ครับ ^^

คุยกันมันส์ๆ