Pages

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

เปิดตำรา อ่านสเป็คให้เป็นก่อนเดินงาน Thailand Mobile Expo 2011 Showcase


เปิดตำรา อ่านสเป็คให้เป็นก่อนเดินงาน Thailand Mobile Expo 2011 Showcase
เดี๋ยวนี้จะซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องคงต้องหาข้อมูลทำการบ้านให้หนักหน่อย เพราะมีมากมายหลายรุ่น แถมยังมีสเป็คต่างกัน ราคาก็ต่างกันอีก ก่อนเดินงาน Thailand Mobile Expo 2011 Showcase หากคุณอ่านสเป็คสมาร์ทโฟนเป็นแล้วก็สามารถเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ ใช้งานได้คุ้มค่าแน่นอน ส่วนจะมีอะไรที่ควรรู้บ้าง ติดตามอ่านได้เลยครับ
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU)

หากคุณคิดจะซื้อคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าคุณต้องถามหาความเร็วซีพียูเป็นอันดับแรก สมาร์ทโฟนก็เช่นกัน เรื่องความเร็วต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง คงไม่มีใครอยากใช้สมาร์ทโฟนความเร็วต่ำๆ เป็นแน่ แต่ความเร็วที่สูงขึ้นก็ตามมาด้วยเงินในกระเป๋าคุณต้องจ่ายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีรุ่นใหม่ที่ความเร็วสูงขึ้น ราคาก็ปรับลงเป็นธรรมดา ซึ่งก็เหมาะกับผู้ใช้ที่มีงบจำกัด เรามาดูกันดีกว่าว่าตอนนี้ในตลาดมีหน่วยประมวลผลหลักๆ ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนอะไรกันบ้าง
ARM

เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์จำพวกสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) หรือที่รู้จักกันในรูปแบบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หน่วยประมวลผลในแบบต่างๆ ซึ่งก็มีผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ๆ วางใจนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น Apple, Samsung, LG, Nokia, Motorola ซึ่ง ARM ก็มีหน่วยประมวลผลความเร็วต่างๆ แต่ที่มีอยู่หลักๆ ก็มี ARM Cortex A8, ARM Cortex A9
ตัวอย่างรุ่นที่ใช้ ARM Cortex A8

Apple iPhone 4                        ความเร็ว 1 GHz
LG Optimus Black                   ความเร็ว 1 GHz
Nokia N9                                    ความเร็ว 1 GHz
Samsung Galaxy Tab 7″        ความเร็ว 1 GHz
Samsung Wave II                    ความเร็ว 1 GHz
ตัวอย่างรุ่นที่ใช้ ARM Cortex A9

Acer Iconia Tab A500/A501           ความเร็ว 1 GHz Dual-core
Acer Iconia Tab A100                         ความเร็ว 1 GHz Dual-core
Apple iPad 2                                            ความเร็ว 1 GHz Dual-core
LG Optimus Pad                                     ความเร็ว 1 GHz Dual-core
LG Optimus 2X                                       ความเร็ว 1 GHz Dual-core
LG Optimus 3D                                       ความเร็ว 1 GHz Dual-core
Motorola Atrix                                      ความเร็ว 1 GHz Dual-core
Motorola Xoom                                     ความเร็ว 1 GHz Dual-core
Samsung Galaxy S II                           ความเร็ว 1.2 GHz Dual-core
Samsung Galaxy R                                ความเร็ว 1 GHz Dual-core
Samsung Galaxy Tab 10.1                 ความเร็ว 1 GHz Dual-core
ตัวอย่างรุ่นที่ใช้ ARM รุ่นอื่นๆ

HTC Flyer                                                   ความเร็ว 1.5 GHz
LG Optimus One                                      ความเร็ว 600 MHz
Nokia 500                                                 ความเร็ว 1 GHz
Nokia E6                                                    ความเร็ว 680 MHz
Nokia X7                                                   ความเร็ว 680 MHz
Samsung Galaxy Cooper                     ความเร็ว 800 MHz
Qualcomm

เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ผลิตอุปกรณ์จำพวกหน่วยประมวลผลสำหรับสมาร์ทโฟนที่ได้รับความไว้วางใจจากหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น HTC, Samsung, LG, Sony Ericsson ซึ่งก็มีความเร็วไม่แพ้กัน ซึ่งทาง Qualcomm ได้ให้ชื่อของหน่วยประมวลผลสำหรับสมาร์ทโฟนชื่อว่า Snapdragon และแบ่ง Class ของหน่วยประมวลผลออกมาเป็น 3 Class มาดูกันดีกว่าว่ารุ่นไหนใช้หน่วยประมวลผลของ Qualcomm Class ไหนกันบ้าง
ตัวอย่างรุ่นที่ใช้ Qualcomm Snapdragon S1

Acer Liquid mini E310                      ความเร็ว 600 MHz (MSM722)
Acer beTouch E140                           ความเร็ว 600 MHz (MSM722)
HTC ChaCha                                          ความเร็ว 800 MHz (MSM722)
HTC Trophy                                         ความเร็ว 1 GHz (MSM8650)
HTC HD 7                                             ความเร็ว 1 GHz (MSM8250)
HTC Wildfire S                                    ความเร็ว 600 MHz (MSM8227)
HTC Salsa                                             ความเร็ว 800 MHz (MSM7227)
LG Optimus Net                                ความเร็ว 800 MHz (MSM7227)
LG Optimus Pro                                ความเร็ว 800 MHz (MSM7227)
Samsung Galaxy Gio                       ความเร็ว 800 MHz (MSM7227)
Samsung Galaxy mini                     ความเร็ว 600 MHz (MSM7227)
Sony Ericsson Xperia X10            ความเร็ว 1 GHz (MSM8250)
ตัวอย่างรุ่นที่ใช้ Qualcomm Snapdragon S2

Acer Iconia Smart                          ความเร็ว 1 GHz (MSM8255)
HTC Incredible S                             ความเร็ว 1 GHz (MSM8255)
HTC Desire S                                     ความเร็ว 1 GHz (MSM8255)
Sony Ericsson Xperia Play         ความเร็ว 1 GHz (MSM8255)
Sony Ericsson Xperia Arc           ความเร็ว 1 GHz (MSM8255)
Samsung Galaxy S Plus                ความเร็ว 1.4 GHz (MSM8255)
ตัวอย่างรุ่นที่ใช้ Qualcomm Snapdragon S3

HTC Sensation                                     ความเร็ว 1.2 GHz Dual-core (MSM8260)
HTC EVO 3D                                         ความเร็ว 1.2 GHz Dual-core (MSM8660)
ตัวเลขแสดงความเร็วที่เห็นนั้นเมื่อใช้โปรแกรมทดสอบความเร็วอาจจะเทียบกับรุ่นอื่นที่ความเร็วเท่ากัน หรือความเร็วต่ำกว่าไม่ได้เสมอไป ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลต่างแบรนด์ เวอร์ชั่นของ Firmware, อินเตอร์เฟสที่ใช้ (User Interface) เป็นต้น ซึ่งมีผลกับความเร็วพอสมควร ดังนั้นควรศึกษาหาข้อมูลจากเวบไซต์ทดสอบสมาร์ทโฟนต่างๆ เพื่อให้ได้รุ่นที่มีประสิทธิภาพตรงกับความต้องการมากที่สุด
หน่วยประมวลผลภาพ 3D (GPU)

นอกจากหน่วยประมวลผลหลักแล้ว การเลือกซื้อสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบันยังต้องเลือกหน่วยประมวลผลภาพ 3 มิติ หรือ GPU ซึ่งก็มีให้เลือกหลากหลายรุ่นดังนี้
PowerVR SGX 530 เป็นชิพประมวลผลที่ออกมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว ความเร็วยังคงเป็นรอง 540 อยู่ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นที่ชิพรุ่นนี้ได้แก่ LG Optimus Black, Nokia N9 เป็นต้น
PowerVR SGX 540 เป็นชิพประมวลผลรุ่นใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า โดยใช้กับ LG Optimus 3D, Samsung Galaxy Tab 7″, Samsung Wave II เป็นต้น
Adreno 200 ชิพประมวลผลที่มีความเร็วกลางๆ เหมาะกับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการความเร็วมากนัก และยังใช้กับรุ่นที่มีราคาไม่แพงด้วย อย่างเช่น Acer Liquid mini, HTC Wildfire S, LG Optimus One, Samsung Galaxy Cooper, Samsung Galaxy mini, Sony Ericsson Xperia X10
Adreno 205 เป็นชิพประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาอีกหน่อย ซึ่งมักจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลที่มีความเร็วในระดับ 800 MHz ถึง 1 GHz โดยใช้กับรุ่นต่อไปนี้ เช่น HTC Desire S, HTC Salsa, HTC HD 7, HTC 7 Mozart, HTC Incredible S, Sony Ericsson Xperia Arc, Samsung Galaxy S Plus เป็นต้น
Adreno 220 ชิพประมวลผล 3D ที่มีความแรงในระดับที่สูงที่สุดในกลุ่ม Adreno โดยใช้กับรุ่น HTC Sensation, HTC EVO 3D
Mali 400MP เป็นชิพประมลผล 3D ที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง ในตลาดตอนนี้มีใช้กับ Samsung Galaxy S II เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น
GeForce Tegra2 เป็นชิพประมวลผล 3D จากค่าย Nvidia ที่มีชื่อเสียงทางด้านชิพประมวลผล 3D ในคอมพิวเตอร์ ผลการทดสอบจากหลายสำนักพบว่า GeForce Tegra2 เป็นชิพที่มีประสิทธิภาพความเร็วสูงที่สุดในกลุ่ม ส่วนมากใช้กับแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพความเร็วสูง ยกตัวอย่างเช่น Acer Iconia A100, Acer Iconia A500/501, Motorola Xoom, Samsung Galaxy R, Samsung Galaxy Tab 10.1, LG Optimus Pad, LG Optimus 2X เป็นต้น
จอแสดงผล

หน้าจอแสดงผลก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญสำหรับโทรศัพท์มือถือ และสมาร์ทโฟนยุคนี้ ซึ่งก็มีหลากหลายประเภท โดยเฉพาะจอแสดงผลที่ใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ล่าสุดที่ให้ภาพคมชัด สีสันสดใส และราคาก็ย่อมสูงตามไปด้วย ส่วนจะมีจอภาพแบบไหนบ้างนั้น เรามาดูกัน

TFT LCD (Thin Film Transistor Liquid Crystal Display) เป็นจอแสดงผลแบบแรกๆ ที่นำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือจนถึงทุกวันนี้ ให้สีสันที่ถือว่าสวยงาม แต่ยังไม่สามารถเปล่งแสงได้ด้วยตัวเอง จะต้องใช้ไฟ Back light ส่องสว่างจากด้านหลัง จึงทำให้จอภาพมีความหนาพอสมควร ส่วนรุ่นที่ใช้จอภาพแบบนี้จะเป็นรุ่นที่มีราคาค่อนข้างถูก เพราะเป็นเทคโนโลยีที่เก่าไปแล้ว ตัวอย่างเช่น Acer Liquid mini, HTC Wildfire S, HTC ChaCha, HTC Salsa, Nokia 500, Nokia E6, LG Optimus Net, Samsung Galaxy Tab 7″, Samsung Galaxy Cooper, Sony Ericsson Xperia X10 เป็นต้น
AMOLED (Active Matrix Organic Light Emitting Diode) เป็นจอแสดงผลที่พัฒนาต่อยอดมาจากจอภาพแบบ OLED ให้สีสันสวยงามกว่าจอภาพแบบ TFT อีกทั้งยังไม่ต้องใช้ไฟ Back light ส่องสว่างจากข้างหลัง เพราะแต่ละพิกเซลสามารถเปล่งแสงได้จากตัวมันเอง จึงทำให้จอภาพบาง และยังมองเห็นสีสันได้ในทุกมุมมอง ไม่ผิดเพี้ยน สำหรับรุ่นที่ใช้ก็มี Nokia C7, Nokia N9 เป็นต้น
S-LCD (Super Liquid Crystal Display) จอแสดงผลแบบซุปเปอร์แอลซีดีเป็นจอภาพที่พัฒนาต่อมาจากแบบ TFT แต่ให้สีสัน และความสว่างมากกว่า ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่น้อยกว่า จึงนิยมนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในระยะหลังมานี้ รุ่นที่ใช้จอภาพแบบนี้ก็มี HTC Desire S, HTC 7 Mozart, HTC Sensation, HTC HD 7, HTC Incredible S เป็นต้น
IPS LCD (In-Plane Switching Liquid Crystal Display) เป็นจอภาพที่ปรับปรุงเรื่องมุมมองการแสดงผลให้กว้างมากขึ้น จึงทำให้การมองในมุมมองต่างๆ สีไม่ผิดเพี้ยน และยังปรับปรุงเรื่องความสว่างของหน้าจอให้สว่างมากขึ้นด้วย ดังจะเห็นจากหน้าจอของ LG Optimus Black ที่สว่างมากที่สุดในโลก สำหรับรุ่นที่ใช้จอภาพแบบนี้ก็มี LG Optimus 2X, Apple iPad 2, iPhone 4 หรือที่ทาง Apple เรียกว่าจอ Retina Display ที่มีความละเอียดจนตาของคนไม่สามารถมองเห็นจุดพิกเซลได้นั่นเอง
Super Clear LCD เป็นจอแสดงผลที่ทาง Samsung พัฒนาออกมาโดยปรับปรุงในเรื่องของความละเอียดของหน้าจอ และปรับความสว่างให้มากขึ้น มีเพียงไม่กี่รุ่นที่ใช้ อย่างเช่น Samsung Galaxy SL, Samsung Galaxy R, Samsung Wave II
Super AMOLED เป็นจอแสดงผลที่ทาง Samsung พัฒนาขึ้นมาเช่นกัน โดยปรับปรุงเรื่องสีสันให้จัดจ้านมากขึ้น โดยมี Samsung Galaxy S เป็นรุ่นแรกที่เปิดตัว และตามมาด้วย Samsung Wave รุ่นแรก
Super AMOLED Plus สำหรับจอ Super AMOLED ที่ทาง Samsung ไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านั้น ยังพัฒนาต่อออกมาเป็น Super AMOLED Plus สำหรับเปิดตัว Samsung Galaxy S II โดยเฉพาะ ให้สีสันที่จัดจ้านมากกว่าเดิม ทำให้ภาพที่ปรากฎบนหน้าจอดูสวยงาม น่าใช้งาน และมีเพียงรุ่นเดียวในตลาดที่ใช้จอภาพแบบนี้
3D LCD ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีในจอแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือ คือสามารถแสดงผลในแบบธรรมดาสองมิติ หรือแบบสามมิติ โดยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องใส่แว่นตา ในขณะนี้มีเพียง 2 รุ่นเท่านั้นที่ใช้จอภาพแบบ 3D LCD ได้แก่ LG Optimus 3D และ HTC EVO 3D

นอกจากเรื่องหน่วยประมวลผล, หน่วยประมวลผล 3D และเทคโนโลยีจอภาพที่ควรรู้แล้ว หากรู้เรื่องหน่วยความจำติดตัวไปด้วยก็น่าจะช่วยตัดสินใจได้ไม่ยาก สำหรับหน่วยความจำในเครื่องนั้นควรดูที่ความต้องการของเราเป็นหลัก หากใช้งานด้านเอกสาร ดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้ฟังบ้างก็ควรจะมีความจุตั้งแต่ 2-4 GB กำลังดี ถ้าชอบดาวน์โหลดแอพฯ เพิ่มเติมก็จัดไป 8 GB น่าจะเหมาะ แต่หากชอบแปลงคลิปวิดีโอเก็บไปดูนอกบ้านแล้วล่ะก็ 16-32 GB ไปเลยดีกว่า

5 วิธียืดตัว...ให้ตัวสูง สำหรับคนอยากสูง

5 วิธียืดตัว...ให้ตัวสูง อยากสูง

สำหรับคนอายุ 17 - 20 ปี (อายุไม่ถึงก็น่าจะทำได้นะ)

1. กระโดดเชือก 600 ครั้ง หรือออกกำลังที่มีการยืดใช้เวลาประมาณ 30 นาที (เช้า - เย็น)  ถ้าหากเบื่อวิธีที่กล่าวมา ก็เต้นแอโรบิค หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับการเต้น  ออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหวก็ใช้ได้เหมือน กัน  ใช้เวลาติดต่อกัน 30 - 60 นาที (ว่ายน้ำ วิ่งช้า ขี่จักรยาน บาสเกตบอล เทนนิส เดินเร็ว และอื่นที่มีการกระโดด) ก็ได้ทำให้สูงได้เหมือนกัน





2. ดื่มนมวันละ 2 แก้ว หลังอาหาร (เช้า - หลังอาหาร) เพราะนมวัวไม่เพียงอุดมไปด้วยแคลเซียมและสารอาหารต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังมีสารอาหารบางอย่างที่ทำให้สูงขึ้นหรือทำให้ร่างกายใหญ่ขึ้นนั้นเอง เป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการสูงขึ้น




3. นอนเวลาประมาณ 3 ทุ่มขึ้นไป แต่ห้ามนอนหลังเที่ยงคืนและนอนให้เพียงพอ (เพราะฮอร์โมนความสูงจะหลั่งตั้งแต่ เที่ยงคืน ถึง ตี 5)




4. กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น)  สารอาหารให้ครบ 5 หมู่








5. งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอลฮอล์ และ น้ำอัดลม งดสูบบุรี่ เท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะมีโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ที่จะทำให้มีโอกาสสูงได้น้อยลงได้เหมือนกัน

ถ้าคุณทำตาม 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ภายใน 1 เดือน (30 วัน) รับรองได้คุณจะสูงเพิ่มอีกเฉลี่ยเดือนละ 1.30 เซนติเมตร (แต่ต้องทำทุกวัน)

ยาคูลท์ กำจัดกลิ่นจุดซ่อนเร้นสาว

ยาคูลท์
เชื่อได้ว่า... คงมีสาวๆ หลายคน ที่กำลังประสบปัญหากับสิ่งนี้  กับกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ในจุดซ้อนเร้น (อวัยวะเพศ) ที่หากแฟนหนุ่มเข้าใกล้  คงร้องจ๊ากจนต้องวิ่งหนีไปสามร้อยลี้ จนทำให้เพื่อนๆ ขาดความมั่นใจ  แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ กับวิธีง่ายๆ มาฝากกัน ในการกำจัดกลิ่นนั้นให้หายไป

สำหรับกลิ่นเหม็นไม่พึง ประสงค์ในจุดซ้อนเร้นของสาวๆ ที่เกิดขึ้นนั้น  เกิดได้จากเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีในช่องคลอดลดน้อยลง ซึ่งถูกทำลายโดยแบตทีเรีย  จนเกิดเป็นกลิ่นเหม็นออกมา ในบางรายกลิ่นอาจจะแรงมาก แม้ในขณะเข้าใกล้  แต่ไม่ใช้เรื่องที่น่าตกใจ เพราะปัญหาที่เกิดนี้มีวิธีรักษาได้อย่างง่ายดาย

ส่วนวิธีรักษานั้น เพียงแค่เพื่อนๆ  เพิ่มเชื้อจุลินทรีย์เข้าไปทำลายแบตทีเรียที่เกิดอยู่  โดยเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีที่ว่านี้ ก็คือเชื้อ "แลคโตบาซิลัส" (Lactobacillus)  ที่มีอยู่ในยาคูลท์ ซึ่งเพื่อนๆ คงรู้จักกันดี
เพียงแค่เพื่อนๆ "ทานยาคูลท์วันละขวด"  เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีให้กับร่างกาย  ให้เข้าไปทำลายแบตทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น เท่านี้กลิ่นเหม็นที่เพื่อนๆ  ไม่พึงประสงค์ในจุดซ้อนเร้นก็จะหายไปเอง

หลังจากที่ล้างหน้าไม่นาน กลับดูเป็นมันขึ้นมาอีก ทำไงดี?

ล้างหน้า
หลังจากที่ล้างหน้าไม่นาน กลับดูเป็นมันขึ้นมาอีก ทำไงดี? (Lisa) 

         Q : หลังจากล้างหน้าเสร็จครึ่งชั่วโมง ผิวหน้าของฉันก็กลับดูเป็นมันอย่างเห็นได้ชัดขึ้นมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจมูกและแก้ม ฉันจะหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ยังไงคะ?

         A : ถึงแม้หน้าคุณจะมันง่าย ก็อย่าพยายามล้างหน้ามากกว่าวันละสองครั้ง เพราะถ้ายิ่งคุณล้างหน้าบ่อย ผิวก็จะตอบสนองด้วยการผลิตน้ำมันออกมาทดแทนมากขึ้น ทางที่ดีคุณควรล้างหน้าเฉพาะตอนเช้าและค่ำด้วยเคลนเซอร์ ที่มีส่วนผสมเบนซอยล์ เพอร์ออกไซด์ เพื่อต่อสู้กับน้ำมันบนผิวหน้า และช่วยควบคุมเชื้อแบคทีเรีย จากนั้นก็ตามด้วยโทนเนอร์ เพื่อขจัดน้ำมันส่วนเกินออก ส่วนวิธีป้องกันความมันเยิ้มในระหว่างวันนั้น ก็พกกระดาษซับหน้าติดตัวอยู่เสมอ ซึ่งคุณสามารถใช้ได้ถึงวันละสามหรือสี่ครั้ง เมื่อรู้สึกว่าความมันเยิ้มเข้ามาเยี่ยมเยียนแล้ว

ผิวนุ่มชุ่มชื่นด้วย น้ำกะทิ

น้ำกะทิ
ผิวนุ่มชุ่มชื่นด้วย ‘น้ำกะทิ’ (woman plus)

          ใคร ๆ ก็ปรารถนาอยากมีผิวที่นุ่ม ชุ่มชื่น ชวนสัมผัส แต่สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวแห้ง แตกเป็นขุยก็ไม่ต้องกลุ้มใจไป          วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาผิวแห้งให้กลับมานุ่มชุ่มชื่นด้วยวิธีง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งน้ำแร่ หรือไปแช่น้ำนมมาฝากให้คุณและกลุ่มเพื่อนสาวนำไปลองทำกันค่ะ          วิธีการก็แสนจะง่าย เริ่มจากการเปิดเพลงโปรดของคุณคลอเบา ๆ แล้วนำน้ำกะทิมาผสมกับน้ำที่คุณจะแช่ตัว จากนั้นค่อย ๆ หย่อนตัวแช่ลงไป หลับตาผ่อนคลายไปกับเสียงเพลง แล้วน้ำมันจากน้ำกะทิจะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อช่วยปรับสภาพผิวที่แห้งแตกให้กลับมานุ่มชุ่มชื่น หากทำเป็นประจำ คุณสาว ๆ ก็จะมีผิวที่สวยนวลเนียน และไม่เป็นกระอีกด้วย

คุยกันมันส์ๆ